ประวัติ

ประวัติหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษา
1. ยุควิทยาลัยครู(2502 –2535)

เมื่อปี 2502 “โรงเรียนฝึกหัดครูนครราชสีมา” ได้เปลี่ยนฐานะเป็น “วิทยาลัยครูนครราชสีมา” มีการจัดหน่วยงานวิชาการเป็นคณะ  3 คณะ  คือ  1. คณะวิชาครุศาสตร์  2. คณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3. คณะวิชาวิทยาศาสตร์ “วิชาปรัชญา ศาสนา เทววิทยา” เป็นหมวดวิชาวิชาหนึ่งในกลุ่มวิชามนุษยศาสตร์  แต่ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการจัดรหัสและชื่อวิชาอย่างไรในวิทยาลัยครู นครราชสีมา จนกระทั่งพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ.  2518  มีการจัดหน่วยงานบริหารวิชาการของวิทยาลัยครูใหม่   ได้ยกระดับหมวดวิชาจัดตั้งเป็นภาควิชา  จึงเกิด “ภาควิชาปรัชญาและศาสนา”  สังกัดคณะวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์   รับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอนวิชาพื้นฐานทั่วไปด้านปรัชญา  ศาสนา และเทววิทยาของทุกหลักสูตรในวิทยาลัยครูนครราชสีมา  และวิชาเฉพาะเอกในสาขาวิชาสังคมศึกษาภาควิชาปรัชญาและศาสนา  วิทยาลัยครูนครราชสีมา  มีห้องสำนักงานของภาควิชาอยู่ที่ ชั้น 1  อาคาร 2 มีอาจารย์  2 ท่านคือ
1. อาจารย์บุญเลี้ยง  พุทธจันทร์  (25??– 2543 เกษียณอายุราชการ)
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดาริณี  พันธ์ดี (25?? – 2545 เกษียณอายุราชการ)
หลักสูตรสภาการฝึกหัดครูปี 2519  และหลักสูตรปรับปรุง 2524 เรียก “ภาควิชาปรัชญาและศาสนา”  มีรายวิชาที่รับผิดชอบในการสอน  8 รายวิชา  ใช้รหัสและชื่อวิชาระบบ   “ปรัชญา+(รหัส)+(ชื่อวิชา)”  เช่น ปรัชญา 101 ปรัชญาเบื้องต้น,  ปรัชญา 102 ตรรกวิทยาทั่วไป (สภาการฝึกหัดครู, 2524)
ตามหลักสูตรกรมการฝึกหัดครู 2528 และหลักสูตรปรับปรุง 2531 “ภาควิชาปรัชญาและศาสนา”  มีรายวิชารับผิดชอบ 7 รายวิชา รวมอยู่ในกลุ่มวิชา “วิชาปรัชญา ศาสนาและประเพณี” ใช้รหัสและชื่อวิชาระบบ “รหัส 7 หลัก + ชื่อวิชา” วิชาด้านปรัชญา  ศาสนา และเทววิทยา ใช้รหัสสามตัวแรก 267 เช่น 2671101 ปรัชญาเบื้องต้น, 2672102 ตรรกวิทยาทั่วไป (กรมการฝึกหัดครู, 2531)

2. ยุคสถาบันราชภัฏนครราชสีมา (2535- 2547)

   ในปี 2535 รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ  “วิทยาลัยครูนครราชสีมา”  จึงเปลี่ยนเป็น “สถาบันราชภัฏนครราชสีมา” ตามพระราชบัญญัติต้องมีการจัดหน่วยงานบริหารวิชาการใหม่  ให้ยุบภาควิชาทั้งหมดแล้วจัดบริหารวิชาการเป็นโปรแกรมวิชาตามการเปิดวิชา เอก  ส่วนภาควิชาที่ไม่ได้เปิดวิชาเอกแต่รับผิดชอบการเรียนการสอนวิชาศึกษาทั่วไป เรียกว่า “กลุ่มวิชา” ปี 2538 อาคาร 2 ถูกรื้อถอนไปหน่วยงานในอาคาร 2 เดิมจึงย้ายไปอาคาร 14 และอาคารอาคารอื่น ๆ “กลุ่มวิชาปรัชญาและศาสนา” ได้ย้ายสำนักงานมาที่ ชั้น 2 อาคาร 14 ห้อง 14.21 ในปี 2536 สถาบันราชภัฏนครราชสีมา  ได้ใช้หลักสูตรของสภาสถาบันราชภัฏ 2536  “กลุ่มวิชาปรัชญาและศาสนา” มีวิชาในความรับผิดชอบ  4 รายวิชา  ในหมวดวิชาพื้นฐาน  กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์  ใช้รหัสและชื่อวิชาระบบ “รหัส 7 หลัก + ชื่อวิชา” วิชาด้านปรัชญา  ศาสนา และเทววิทยา ใช้รหัสสามตัวแรก 151 และ 152  เช่น 1510101  ปรัชญาเบื้องต้น, 1520201 พุทธศาสน์ (สถาบันราชภัฏนครราชสีมา, 2536)
หลักสูตรของสถาบันราชภัฏ  2542  ได้กำหนดให้กลุ่มวิชาปรัชญาและศาสนารับผิดชอบการสอนหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป ของหลักสูตร 1 รายวิชาในกลุ่มวิชามนุษยศาสตร์  ใช้รหัสและชื่อวิชาระบบ “รหัส 7 หลัก + ชื่อวิชา” ซึ่งวิชาด้านปรัชญา  ศาสนา และเทววิทยาเพียงหนึ่งวิชานั้น  คือ 1500104 ความจริงของชีวิต (สถาบันราชภัฏนครราชสีมา, 2544)ในปี 2545  และย้ายสำนักงานขึ้นไปชั้น 3 ห้อง 14.31  เพราะห้อง 14.21 เดิมคับแคบและกับมีอาจารย์มากขึ้น  ในระยะนี้ “กลุ่มวิชาปรัชญาและศาสนา”  มีอาจารย์เพิ่มขึ้นมากตามภาระงานการเรียนการสอนของสถาบัน  คือ
1. อาจารย์นิวัติ  ทองวล (2535 – ปัจจุบัน)
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เมินรัตน์ นวะบุศย์ (2540 -ปัจจุบัน)
3. อาจารย์สุชาติ พิมพ์พันธ์ (2543 – ปัจจุบัน)
4. อาจารย์สายยนต์ ชาวอุบล (2544 – ปัจจุบัน)
5. อาจารย์วาสนา วงษ์ยิ้มย่อง(2545 – 2550 ย้ายไปสังกัดโปรแกรมวิชาสังคมศึกษา)
6. อาจารย์วุฒิไกร  ไชยมาลี (2545 – ปัจจุบัน)

3. ยุคมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา(2547 – ปัจจุบัน)

        ในปี 2547 รัฐบาลประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2547 “สถาบันราชภัฏนครราชสีมา” เปลี่ยนเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา” แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยมากนัก  “กลุ่มวิชาปรัชญาและศาสนา”  ยังคงใช้ชื่อเดิมและมีภาระเหมือนเดิมทุกประการ
หลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา  2549  “กลุ่มวิชาปรัชญาและศาสนา” รับผิดชอบการสอนหมวดวิชาการศึกษาทั่วไปของหลักสูตร 1 รายวิชาในกลุ่มวิชามนุษยศาสตร์  คือ 150201 จริยธรรมเพื่อการดำเนินชีวิต (สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 2555)
ปี 2552 ได้รับอาจารย์เพิ่มอีก 1 คน  คือ  อาจารย์โยธิน  มาหา (2552 – ปัจจุบัน) วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 ที่ประชุมกลุ่มวิชาวิชาปรัชญาและศาสนาได้พิจารณาบริบทต่าง ๆ  และความเป็นไปได้ในการเปิดวิชาเอก  เห็นว่าเป็นช่วงการปรับปรุงหลักสูตรของมหาวิทยาลัยตามกรอบมาตรฐานการคุณวุฒิอุดมศึกษา(มคอ.)  และจำนวนของผู้สมัครเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมามีมากโดยเฉพาะหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต(ค.บ.5 ปี)  ที่ประชุมจึงตกลงจะเปิดวิชาเอกพุทธศาสนาศึกษา  หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต(ค.บ.5 ปี) ใด้มอบหมายให้อาจารย์สุชาติ พิมพ์พันธ์  เป็นผู้จัดทำข้อมูลและทำร่างหลักสูตร
                             วันที่  23 มีนาคม  2555 สภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาได้อนุมัติหลักสูตรหลักสูตรครุศาสตร บัณฑิต(ค.บ. 5 ปี) สาขาวิชาพุทธศาสนาศึกษา  “กลุ่มวิชาปรัชญาและศาสนา” จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โปรแกรมวิชาปรัชญา ศาสนาและเทววิทยา” ซึ่งเป็นการตั้งชื่อโปรแกรมที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ปกติที่ตั้งตามชื่อวิชาเอก ด้วยเหตุผลว่าโปรแกรมวิชาปรัชญา ศาสนาและเทววิทยา อาจเปิดสาขาวิชาเพิ่มได้อีกโดยไม่ต้องตั้งโปรแกรมวิชาใหม่ ปีการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2555 หลักสูตรหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต(ค.บ.5 ปี) สาขาวิชาพุทธศาสนาศึกษา  ได้เปิดรับสมัครนักศึกษารุ่นแรก  มหาวิทยาลัยกำหนดให้รับนักศึกษาทั้งหมด  2 หมู่เรียน ๆ ละ 45 คน รวม  90 คน  มีนักศึกษามารายงานตัวเข้าศึกษา 88 คน  “โปรแกรมวิชาปรัชญา ศาสนาและเทววิทยา”  จึงถือว่าได้ตั้งขึ้นอย่างสมบูรณ์  นับตั้งแต่วันที่  วันที่  23 มีนาคม  2555 ปี 2555 ได้รับอาจารย์เพิ่มอีก 1 คน  คือ อาจาย์บัญญัติ อนนท์จารย์ ปี 2556 ต่อมาอาคาร 14 ได้รับอนุมัติให้ทำการรื้อถอนเพื่อสร้างอาคารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ใหม่  ห้องสำนักงานโปรแกรมฯ จึงย้ายไปที่ อาคาร 5  ชั้น 4 ห้อง 5.46  เมือวันที่ 15 มีนาคม 2556  ต่อมาปี 2556 ทางโปรแกรมวิชาได้รับอาจารย์เพิ่มอีก 1 คน  อาจารย์มานิตย์ อรรคชาติ และปี 2557 ทางโปรแกรมวิชาได้รับอาจารย์เพิ่มอีก 1 คน คือ อาจารย์ชินวัชร นิลเนตร และเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 เมื่ออาคาร 36 ซึ่งเป็นอาคารหลังใหม่ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ได้สร้างเสร็จแล้ว ทางหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษาจึงย้ายห้องสำนักงานไปยัง อาคาร 36 ชั้น 6 ห้อง 36.06.05 พร้อมทั้งใช้อาคาร 36 ชั้น 6 ห้อง 36.06.04 เป็นห้องปฏิบัติการทางพระพุทธศาสนด้วยจำนวน 1 ห้อง ซึ่งถือว่าเป็นวาระครบรอบ 5 ปี แห่งการก่อตั้งสาขาวิชา โดยเปลี่ยนระบบการบริหารแบบโปรแกรมวิชามาเป็นการบริหารงานแบบสาขาวิชา โดยใช้ชื่อว่า “หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษา” เพื่อให้สอดคล้องกับการประกันคุณภาพศึกษา และมีนักศึกษารุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาจำนวน 67 คน ซึ่งในจำนวน 67 คนนี้มีผู้ที่ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอยู่ 2 คนคือ 1. นางสาวพรทิพย์ ประทุมไทย เกรดเฉลี่ย 3.68  และ 2. นางสาวนิศารัตน์ จิตไธสง เกรดเฉลี่ย 3.64

(อาจารย์สุชาติ พิมพ์พันธ์ ผู้เรียบเรียงข้อมูล)